บทที่ 6 CHAPTER 1 เจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ 6
“ผมโอมนะครับ เรียนวิศวะ” เขายังหน้าด้านแนะนำตัวถึงจะไม่ได้นั่งก็ขอทำความรู้จักก็ยังดี?
“อ๋อค่ะ” ฉันยิ้มแห้งๆ ในใจภาวนาให้คาวินรีบมา
“ขอเบอร์คุณหน่อยได้ไหม...”
“คงไม่ได้หรอก”
น้ำเสียงดุๆ ที่แทรกขึ้นมาทั้งที่ชายหนุ่มที่ชื่อโอมยังพูดไม่จบประโยคดี คงไม่ต้องให้เดาหรอกว่าเป็นใครจะยอมหายโกรธเขาก็ได้ ถือว่าครั้งนี้ฉันจะละเว้นให้คาวินครั้งหนึ่งแล้วกัน
“แฟนผมเขาไม่ค่อยว่างคุยโทรศัพท์”
เมื่อได้ยินคำว่าแฟน หนุ่มวิศวะถึงกับผงะ เขาคงสงสัยสินะ เพราะความจริงแล้วฉันยังไม่มีแฟน และคนทั้งมหาวิทยาลัยก็รู้ว่าฉันยังไม่มีแฟน แต่คาวินกลับแนะนำตัวเองอย่างนั้น และฉันก็ไม่คิดจะปฏิเสธหรอกไม่อย่างนั้นผู้ชายคนนี้ก็ไม่ไปไหนพอดี
“อ๋อ งั้นผมขอตัวนะครับ” เขามองฉันกับคาวินสลับกันก่อนจะรีบเผ่น
“เฮ้อ ไปสักที”
ฉันพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายกันเหตุการณ์เดิมที่วนซ้ำๆ เหมือนเดจาวูเปลี่ยนแค่หน้าคนพูดประโยคขอเบอร์โทรศัพท์เป็นบ้างขอไลน์ บ้างขอเฟสเท่านั้น
“ใส่สั้นขนาดนี้ใครเห็นก็คิดว่าอ่อยเหยื่อทั้งนั้นแหล่ะไม่แปลกที่ผู้ชายพวกนั้นมันจะหม้อเธอ”
คาวินถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนมาคลุมตักฉันอย่างเหนื่อยใจแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับฉัน
“ค่าๆ คุณพ่อบ่นอยู่ได้คราวหน้าจะติดป้าย ‘ห้ามหม้อ’ ไว้บนหน้าผากแล้ว” ฉันพูดประโยคประชดประชันพร้อมกับหัวเราะไปด้วย
ผู้ชายพวกนี้ก็เหลือเกินแวะมาไม่เว้นมาแต่ละวัน บางวันดีหน่อยที่ตัวติดกับคาวินตลอดถึงได้ไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบ แต่เพียงแค่เขาคลาดสายตานิดเดียวฉันก็เกือบโดนเสือโดนตะเข้งาบไปแล้ว
“ติดวันนี้เลยยิ่งดี” เขาบอกอย่างจริงจัง
“ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ” พนักงานสาวกล่าวพร้อมรอยยิ้มเรียกความสนใจจากเรา
ฉันคว้าชาเขียวปั่นขึ้นมาดูดแก้เซ็งพลางมองบรรยากาศร้านโดยรอบที่มีทิวทัศน์ของต้นไม้เขียวขจีแซมกับต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ออกดอกเต็มต้น บางส่วนก็ร่วงหล่นบนพื้นประปรายจนบริเวณโดยรอบเป็นสีชมพูอ่อนที่สวยงาม ฉันกำลังเอื้อมมือหยิบดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ปลิวมาตกที่โต๊ะแต่โดยมือใหญ่ของชายหนุ่มข้างๆ ก็คว้าไปเสียก่อน
“เอียงหน้ามา” เขาพูดเสียงเรียบ
ฉันไม่ขัดขืน เพราะรู้ว่าเขาจะทำอะไร คาวินเกลี่ยผมที่ปรกลงมา ก่อนจะทัดดอกชมพูพันธุ์ทิพย์เข้าที่หูของฉันแล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ และการกระทำต่อมาจะทำให้ฉันหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที
ฟอด
“น่ารักจัง”
ฉันเบิกตาโตยิ่งกว่าไข่ห่าน เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ฉันอยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ใส่หูเขาสองครั้งแล้วที่เขาขโมยหอมแก้มฉันในรอบวันถ้าไม่ติดว่านี่เป็นที่สาธารณะเขาแก้วหูแตกแน่วันนี้ ฉันอุตส่าห์ลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปแล้วแท้ๆ คนไม่สำนึก!
“กินเข้าไปเลย” ฉันตักเค้กคำโตยัดเข้าปากขี้ขโมยแก้เขิน
ดวงตาคมกริบมองใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความอิ่มใจ ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็นที่สาธารณะเขาคงฟัดฉันแบบที่ชอบทำแน่ เขาเคยขู่ว่า ถ้าวันหนึ่งเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่คงเผลอหลุดปากบอกผู้ใหญ่ให้จับฉันคลุมถุงชนกันเขาเป็นแน่
...แล้วใครใช้ให้เขามาอยู่ใกล้ๆ ฉันก็ไม่รู้
